Page 35 - Index Pottery of Dvaravati Period - Professor Emerita Dr.Phasook Indrawooth
P. 35
บทที่ 3 ภาชนะดินเผาสมัยทวารวดี | 20
หม้อน้ำมีพวย และถ้วยมีพวย เป็นต้น นอกจากนั้นก็มีภาชนะที่ใช้ในการให้แสงสว่างยามค่ำคืน เช่น
ี
ตะคัน สำหรับตะคันนั้นนอกจากจะใช้ต่างตะเกยงในชีวิตประจำวันแล้วยังใช้ในกิจพิธีทางศาสนาด้วย
ส่วนกลุ่มภาชนะที่ใช้ในโอกาสพิเศษนั้น จะพบน้อยเมื่อเทียบกับกลุ่มแรก ส่วนใหญ่จะเป็น
ภาชนะประเภทจานหรือชามมีเชิงสูง หม้อน้ำปากขวด (Sprinkler) หม้อน้ำปากผายขนาดเล็ก
ไหมีลายตกแต่งด้วยลายประทับ เป็นต้น
อย่างไรก็ตามภาชนะดินเผาทั้งสองกลุ่มนี้จัดเป็นภาชนะดินเผาประเภทเนื้อดินธรรมดา
(Earthen Ware) ค่อนข้างหนาไม่มีการเคลือบ เผาในอุณหภูมิต่ำไม่เกิน 1,100 องศาเซลเซียส จัดเป็น
ภาชนะดินเผาที่ผลิตขึ้นโดยใช้เทคนิคการผลิตแบบโบราณ และจากหลักฐานการขุดค้นปรากฏว่าเป็น
ผลิตภัณฑ์ที่สามารถผลิตขึ้นใช้เองภายในชุมชน เนื่องจากกระบวนการผลิตไม่ซับซ้อนและวัตถุดิบที่ใช้
ก็เป็นของที่หาได้ในท้องถิ่นเป็นส่วนใหญ่
1. เนื้อดิน
ดังได้กล่าวมาแล้วว่าเนื้อดินปั้นประเภทเอิทเทนแวร์ ส่วนมากเตรียมจากดินเหนียวธรรมดา
ทั่วไปโดยจะนิยมใช้ดินในท้องถิ่น และดินเหนียวสำหรับปั้นผลิตภัณฑประเภทเอทเทนแวร์ก็มีอยู่ทั่วไป
ิ
์
เรียกกันว่าดินแดง (Red clay or Surface-clay) ซึ่งมีเนื้อดินละเอียด แห้งช้ามีความเหนียวดี
(Plasticity) แต่เป็นดินที่ไม่บริสุทธิ์นัก เนื่องจากมีส่วนผสมของเหล็ก (Iron Compounds)
ถ่าน (Carbonaceous Matter) และพวกสารอินทรีย์ (Organic matter) ปะปนอยู่เป็นอันมาก
เนื้อดินประเภทนี้เมื่อยังไม่ได้เผาไฟมักจะมีสีน้ำตาลอ่อน สีน้ำตาลแก่ หรือเทาแก่ ดินชนิดนี้ส่วนมากมี
เปอร์เซ็นต์ของเหล็กค่อนข้างสูง เมื่อเผาแล้วมักจะเป็นสีแดง น้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลเข้ม และมีความ
ทนไฟไม่สูงมากนัก
ในการเตรียมเนื้อดินปั้น ช่างปั้นได้ใช้ทรายหรือดินเชื้อ (ดินเชื้อ (Grog) หมายถึงดินที่ผ่าน
การเผาแล้วนำมาบด มีขนาดต่าง ๆ ตามความต้องการเพื่อใช้ผสมดินปั้น ช่วยควบคุมการทรงตัวและ
การหดตัว ป้องกันการแตกร้าวได้) เป็นส่วนผสมเพื่อให้เนื้อดินมีความพรุนตัว และช่วยทำให้การขึ้น
รูปทรงตัวได้ดี เมื่อนำไปเผาเนื้อดินจะมีความแข็งแกร่งดี และช่วยควบคุมการหดตัวของดินได้ดี
พอสมควร ทำให้ไม่แตกหรือบิดเบี้ยวง่าย นอกจากจะใช้ทรายและดินเชื้อเป็นส่วนผสมแล้ว บางครั้ง
ี
ช่างปั้นจะใช้เปลือกหอยบดละเอยดแทนทรายก็ได้ ส่วนมากจะพบเป็นส่วนผสมของเนื้อดินปั้นภาชนะ
ในครัวเรือน (Kitchen Ware) เช่น ภาชนะประเภทหม้อมีสัน อ่างหรือไหที่มีขนาดใหญ่ เป็นต้น
สำหรับเนื้อดินที่ใช้ปั้นภาชนะประเภทสวยงามที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้ในโอกาสพิเศษนั้น ช่างปั้นคง
จะได้มีการเตรียมดินอย่างประณีตกว่า แม้ว่าจะนำดินมาจากแหล่งเดียวกัน แต่คงจะต้องนำดินนั้นมา
ล้างและแยกเอาสิ่งสกปรกที่เจือปนอยู่ในดินออกเสียก่อนแล้วนำไปบดให้ละเอียด เมื่อจะขึ้นรูปก็เอา
ดินเชื้อมาผสม ทำให้ภาชนะดินเผาเนื้อละเอียดกว่ากลุ่มแรก
ดรรชนีภาชนะดินเผาสมัยทวารวดี

