Page 30 - Index Pottery of Dvaravati Period - Professor Emerita Dr.Phasook Indrawooth
P. 30
บทที่ 2 แนวทางการศึกษาโบราณคดีสมัยทวารวดี | 15
เงินที่มีจารึกว่า “ศรีทวารวดี” นอกเขตเมืองนครปฐมและสุพรรณบุรี ทำให้ความสำคัญของหลักฐาน
เรื่องเหรียญซึ่งเคยเป็นหลักฐานสำคัญที่จะชี้บอกว่าเมืองที่พบจะต้องเคยเป็นศูนย์กลางหรือราชธานี
ของอาณาจักรทวารวดีนั้นดูจะด้อยลงไป
นอกจากเมืองนครปฐมและสุพรรณบุรีแล้ว เมืองลพบุรีก็จัดเป็นเมืองสำคัญอีกเมืองหนึ่ง
ที่นักปราชญ์หลายท่านลงความเห็นว่าน่าจะเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรทวารวดี เพราะได้พบเหรียญ
7
เงินมีจารึกว่า “ลวปุระ” ที่อู่ทอง โดยสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นศูนย์กลางด้านตะวันออก (ในขณะที่
นครปฐมเป็นศูนย์กลางด้านตะวันตก) หรือเป็นศูนย์กลางในฐานะเมืองหลวงของอาณาจักรทวารวดี
8
โดยศึกษาจากสภาพที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ประกอบกับหลักฐานโบราณวัตถุสถาน และหลักฐานเอกสาร
ต่าง ๆ รวมทั้งจดหมายเหตุของจีน ตลอดจนจารึกที่พบในบริเวณเมืองด้วย
9
ถัดจากปัญหาเรื่องเมืองหลวง หรือศูนย์กลางของอาณาจักรทวารวดี ซึ่งยังถกเถียงกันโดยยัง
ไม่มีข้อยุติ (จนกว่าจะมีการค้นคว้าหาข้อมูลมาเพิ่มเติมให้มากกว่าเดิมได้) ก็มาถึงปัญหาเรืองชื่อเรียก
ซึ่งแต่เดิมชื่อ “ทวารวดี” ใช้เป็นชื่อเรียกเมืองโบราณยุคประวัติศาสตร์ตอนต้น (ก่อนพุทธศตวรรษที่
16) บริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดจนเป็นชื่อเรียกศิลปะโบราณวัตถุสถานที่พบบริเวณนี้
10
ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันกับที่พบในภาคต่าง ๆ ของไทยในช่วงสมัยเดียวกันด้วย ตามความเห็นของ
นักปราชญ์บางท่านในปัจจุบัน เห็นว่าชื่อ “ทวารวดี” เป็นเพียงชื่อราชวงศ์หนึ่งซึ่งมีเมืองหลวงอยู่ที่
11
เมืองลพบุรีและเจริญรุ่งเรืองอยู่เพียงชั่วระยะครึ่งหลังของพุทธศตวรรษที่ 12 เท่านั้น ไม่ใช่ชื่อ
อาณาจักรใหญ่โตดังที่เคยเข้าใจกัน ดังนั้นจึงไม่สมควรจะใช้เป็นชื่อเรียกรูปแบบศิลปะที่พบเหมือน ๆ
กันในบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา แต่เสนอให้ใช้ชื่อกลุ่มชน “มอญ” ซึ่งท่านมีความเห็นว่าน่าจะเป็น
กลุ่มชนที่เป็นเจ้าของวัฒนธรรม และศิลปกรรมต่าง ๆ ที่พบในบริเวณนี้ โดยท่านได้อ้างอง
ิ
12
การตั้งข้อสังเกตของศาสตราจารย์เซเดส์ ที่ว่าประชาชนของอาณาจักรทวารวดี ซึ่งมีถิ่นฐานอยู่
บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยานี้เป็นชนเผ่ามอญ เนื่องจากพบจารึกภาษามอญที่เมืองนครปฐม,
ราชบุรี, และลพบุรี
การขุดค้นที่อินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี 2518 - 2522 (กรุงเทพฯ: ภาควิชาโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2522), 8 และรูปที่ 10 –
11.; ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, การขุดค้นและการศึกษาวัฒนธรรมของชุมชนโบราณที่บ้านคูเมือง
อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี (กรุงเทพฯ: แผนกบริการกลาง สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2524), 36 รูปที่ 9.
7 Boeles, J.J., “A note on the ancient city called Lavapura,” Journal of the Siam Society vol LV, part I
(January 1967): 113 – 114.
8 ศรีศักร วัลลิโภดม. “ละโว้.” เมืองโบราณ 1, 3 (เมษายน - มิถุนายน 2518): 53.
9 พิริยะ ไกรฤกษ์, “แนวความคิดใหม่เกี่ยวกับเมืองนครปฐมก่อนพุทธศตวรรษที่ 19,” (เอกสารประกอบการนำชมศิลป
สถาน ในจังหวัดนครปฐม, 10 พฤษภาคม 2523, เนื่องในโอกาสการสัมมนาการวิจารย์ศิลปะ ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขต
พระราชวังสนามจันทร์ วันที่ 8 - 13 พฤษภาคม พ.ศ.2523), 5.
10 Quaritch Wales and H.G. Dvaravati, The Earliest Kingdom of Siam (London: Bernard Quaritch, Ltd., 1969),.
11 พิริยะ ไกรฤกษ์, “แนวความคิดใหม่เกี่ยวกับเมืองนครปฐมก่อนพุทธศตวรรษที่ 19,” 3, 5.
12 ยอช เซเดส์. ประชุมศิลาจารึกสยาม ภาคที่ 2 จารึกกรุงทวารวดี เมืองละโว้ แลเมืองประเทศราชขึ้นแก่กรุงศรีวิชัย.
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ผาสุข อินทราวุธ

