Page 31 - Index Pottery of Dvaravati Period - Professor Emerita Dr.Phasook Indrawooth
P. 31

บทที่ 2 แนวทางการศึกษาโบราณคดีสมัยทวารวดี | 16



                          ถัดมาจากเรื่องชื่อที่เหมาะสม ก็มาถึงปัญหาความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรทวารวดี

                   ซึ่งตามแนวคิดเดิมในช่วงที่ขอบเขตของการศึกษา และข้อมูลยังจำกัดอยู่ก็มองว่า อาณาจักรทวารวดี
                   เป็นอาณาจักรใหญ่พียงอาณาจักรเดียว และมีศูนย์กลางอยู่ที่นครปฐม หรือสุพรรณบุรี และมีอิทธิพล

                                                     13
                   ทางศิลปะครอบคลุมทั่วประเทศไทย  โดยมีวิทยานิพนธ์ของศาสตราจารย์ปิแอร์ ดูปองต์
                   (Pierre Dupont) ซึ่งพิมพ์เผยแพร่พ.ศ.2502 สนับสนุน ความเห็นต่อมาก็แบ่งแยกศูนย์กลางตามภาค
                   ต่าง ๆ เช่น ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก (ดังที่กล่าวมาแล้ว) และข้อคิดเห็นล่าสุดก็ว่ามีอาณาจักร

                   หลายอาณาจักรในบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และในยุคประวัติศาสตร์ตอนต้น อาณาจักรทวารวดี
                   เป็นเพียงอาณาจักรเล็ก ๆ มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองลพบุรี และเจริญอยู่เพียงชั่วระยะเวลาครึ่งหลังของ

                   พุทธศตวรรษที่ 12 เท่านั้น (ดังที่กล่าวมาแล้วเช่นกัน)

                          ทีนี้ลองมาฟังความคิดเห็นของนักประวัติศาสตร์ปัจจุบันกันบ้าง นักประวัติศาสตร์บางท่านมี
                   ความเห็นว่า ชุมชนโบราณที่พัฒนาการขึ้นในบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในยุคประวัติศาสตร์ตอนต้น

                   ซึ่งรู้จักกันในนามว่าอาณาจักรทวารวดีนั้น ยังไม่น่าจะจัดว่าเป็นรูปของรัฐอาณาจักรที่จะต้องมีอำนาจ
                   ทางการเมืองอยู่ที่ศูนย์กลางคือเมืองหลวงแต่อย่างใด  หากแต่เป็นเพียงพัฒนาการของชุมชนเมืองที่
                                                               14
                   เป็นอิสระต่อกันที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันในบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาหลายเมืองด้วยกัน แต่ละเมืองใหญ่

                   ๆ จัดเป็น “เมืองเบ็ดเสร็จ” เมืองหนึ่ง ๆ นั่นคือเป็นเมืองที่มีองค์ประกอบอันสมบูรณ์อยู่ในตัวเองทั้ง
                   ทางด้านเศรษฐกิจ ศาสนา ความเชื่อ และมีอำนาจทางการเมืองเหนือชุมชนหมู่บ้านรอบ ๆ และเมือง

                   บริวารที่อยู่ในรัศมีใกล้เคียงกันเท่านั้น ส่วนลักษณะรูปแบบของศิลปกรรมที่คล้ายคลึงกันที่พบใน

                   บริเวณนี้ ก็เป็นพัฒนาการทางวัฒนธรรมที่ร่วมกัน เนื่องจากกลุ่มเมืองโบราณเหล่านี้แต่ละเมืองตั้งอยู่
                   ในตำแหน่งที่สามารถติดต่อกับเมืองอื่น ๆ ได้ทั้งทางบกและทางน้ำ นอกจากนั้นยังตั้งอยู่ใกล้บริเวณ

                   ชายฝั่งทะเลเพื่อสะดวกแก่การติดต่อค้าขายระหว่างเมืองและค้าขายกับต่างประเทศโดยตรงอีกด้วย
                   ผลการศึกษาเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งและสภาพภูมิศาสตร์สัมพันธ์ของเมืองโบราณบริเวณที่ราบภาค

                   กลางของประเทศไทยโดยนักภูมิศาสตร์และนักธรณีวิทยา  พบว่าเมืองโบราณยุคประวัติศาสตร์
                                                                     15
                   ยุคแรกเริ่มบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ทุกเมืองจะมีทางน้ำเข้าออกต่อกับฝั่งทะเลโดยตรง ซึ่งแนว
                   ชายฝั่งทะเลเดิมบริเวณที่ราบเจ้าพระยามีลักษณะเป็นอ่าวลึกเข้าไปในแผ่นดินด้านเหนือจรดลพบุรี

                   และสิงห์บุรี ด้านตะวันตกจรดราชบุรี นครปฐม อู่ทอง สุพรรณบุรี และด้านตะวันออกจรดนครนายก
                   พนัสนิคม และชลบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณที่สำคัญทั้งสิ้น

                          จากแนวความคิดเห็นแนวต่าง ๆ ที่กล่าวมาทั้งหมด อาจแบ่งออกได้เป็น 3 แนวด้วยกัน






                          13  Dupont, Pierre, L'archaeologie mône de Dvāravatī (Paris: École française d'Extrême-Orient, 1959),.
                          14  ธิดา สาระยา, “เมืองก่อนรัฐ (Proto-state) สมัยทวารวดี,” (เอกสารประกอบการสัมมนาประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่
                   นครปฐม ตุลาคม 2525), 6.
                          15  ผ่องศรี วนาสิน และทิวา ศุภจรรยา, เมืองโบราณบริเวณชายฝั่งทะเลเดิมของที่ราบภาคกลางประเทศไทย การศึกษา
                   ตำแหน่งที่ตั้งและภูมิศาสตร์สัมพันธ์ (กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2524),.


                            ดรรชนีภาชนะดินเผาสมัยทวารวดี
   26   27   28   29   30   31   32   33   34   35   36