Page 37 - Index Pottery of Dvaravati Period - Professor Emerita Dr.Phasook Indrawooth
P. 37
บทที่ 3 ภาชนะดินเผาสมัยทวารวดี | 22
ขูดตกแต่งให้เรียบร้อย ส่วนวิธีที่สองคือ ทำดินให้เป็นก้อนกลม หรือเหลี่ยมหรือทรงกระบอกตามที่
ต้องการ แล้วใช้เครื่องมือขุดเจาะให้กลวงโดยให้มีความหนาใกล้เคียงกัน แล้วแต่งผิวให้เรียบ
3. การตกแต่งภาชนะ
ภาชนะดินเผาสมัยทวารวดีมีการตกแต่งด้วยเทคนิคต่าง ๆ เช่น การขูดขีด การกดหรือทาบ
การประทับ และการเขียนสี เป็นลวดลายต่าง ๆ งดงามมาก มีทั้งแบบที่มีลายตกแต่งตลอดทั้งใบ
ตั้งแต่คอภาชนะลงไปถึงก้น และแบบที่มีการตกแต่งเพียงบางส่วน เช่น ตกแต่งส่วนปาก คอ บ่า หรือ
ส่วนลำตัวภาชนะ นอกจากตกแต่งด้วยลวดลายต่าง ๆ แล้ว ยังมีการตกแต่งสีผิวภาชนะให้สดใสโดย
การเคลือบน้ำดิน (Slip) อีกด้วย
ลวดลายตกแต่งภาชนะดินเผาสมัยทวารวดีนั้น นอกจากลวดลายพื้นเมืองเดิมที่นิยมสืบมา
ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์แล้ว เช่น ลายทาบเป็นลายเชือก หรือเครื่องจักสานทั้งใบ หรือลายขูดขีด
ตลอดจนลายคลื่น ลวดลายตกแต่งภาชนะดินเผาสมัยทวารวดีบางแบบสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพล
วัฒนธรรมอินเดียสมัยคุปตะและหลังคุปตะอย่างเด่นชัด นั่นคือการตกแต่งบริเวณลำตัวของภาชนะดิน
เผาด้วยลายประทับในกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นรูปบุคคลในอิริยาบถต่าง ๆ รูปสัตว์ตามคติความเชื่อ
ทางศาสนาพุทธและฮินดู และรูปดอกไม้
และยังมีข้อควรสังเกตอีกประการหนึ่งเกี่ยวกับลวดลายตกแต่งภาชนะดินเผาสมัยทวารวดี
ึ่
นั่นคือการตกแต่งด้วยเทคนิคการกดซงมีทั้งการกดด้วยนิ้วมือ และเครื่องมือบางประเภทนั้น โดยมีการ
ใช้เปลือกหอยชนิดต่าง ๆ เป็นเครื่องมือด้วย โดยการนำเปลือกหอยไปกดทาบบริเวณบ่าทำให้เกิดลาย
หอย ที่พบมากเป็นลายกาบหอยแครงและลายหอยโข่งเป็นแถวในแนวนอนขนานกับปากภาชนะ
เนื่องจากหอยเป็นสัตว์ทะเล ดังนั้นการตกแต่งภาชนะด้วยเปลือกหอยจึงแสดงให้เห็นเด่นชัดว่าชุมชน
ทวารวดีมีความสัมพันธ์กับทะเลมากพอควร
4. การเผาภาชนะ
การเผาภาชนะในสมัยทวารวดีนั้น เมื่อศึกษาจากหลักฐานทางโบราณคดีที่ได้จากแหล่งขุดค้น
ต่าง ๆ หลายแห่ง เช่น แหล่งโบราณคดีบ้านคูเมือง จังหวัดสิงห์บุรี แหล่งโบราณคดีที่เมืองคูบัว จังหวัด
ราชบุรี และแหล่งโบราณคดีที่เมืองนครปฐมโบราณ จังหวัดนครปฐม พบว่ายังใช้วิธีการเผากลางแจ้ง
ุ
(Open-hearth kiln) ยังไม่มีเตาเผาที่สามารถควบคุมอณหภูมิได้ การเผากลางแจ้งจะกระทำได้โดย
นำเอาภาชนะที่ขึ้นรูป และตกแต่งเรียบร้อยแล้วมาวางกองบนพื้นดิน แล้วนำเอาเชื้อเพลิง เป็นต้นว่า
เศษหญ้า กิ่งไม้ ใบไม่แห้งต่าง ๆ มาสุมบนกองภาชนะแล้วจุดไฟเผา ซึ่งการเผากลางแจ้งแบบนี้จะเผา
ได้ในอุณหภูมิไม่สูงนัก ไม่เกิน 1,100 องศาเซลเซียส และไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ได้
จึงปรากฏว่าภาชนะดินเผาสมัยทวารวดีได้รับความร้อนไม่ทั่วถึงกันตลอดใบ บางส่วนที่ได้รับความร้อน
ไม่เพียงพอจะมีสีแตกต่างออกไป โดยเฉพาะไส้กลางของภาชนะที่มีเนื้อค่อนข้างจะได้รับความร้อนไม ่
เพียงพอจะมีสีแตกต่างจากสีของผิวภาชนะ เมื่อเผาภาชนะบนลานดินกลางแจ้งแล้ว ลานดินตรงที่ใช้
ดรรชนีภาชนะดินเผาสมัยทวารวดี

