Page 27 - Index Pottery of Dvaravati Period - Professor Emerita Dr.Phasook Indrawooth
P. 27
บทที่ 1 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผา | 12
องค์ประกอบอื่น ๆ ร่วมด้วย ถ้าเนื้อดินนั้นประกอบด้วยอินทรีวัตถุมาก ค่าน้ำหนักที่หายไปจากการ
เผายิ่งมีมากขึ้นด้วย
ซิลิกา หรือทราย เป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่ในเนื้อดิน จำนวนซิลิกาจะสามารถกำหนด
ลักษณะเนื้อภาชนะได้ คือถ้ามีจำนวนเนื้อทรายมากเนื้อภาชนะจะมีลักษณะหยาบ แต่ต้องพิจารณา
ื่
ส่วนประกอบอน ๆ ประกอบด้วย คือทรายนั้นอาจเป็นทรายละเอียดและต้องพจารณาจากค่าน้ำหนัก
ิ
ที่หายไปจากการเผาด้วย คือ ถ้ามีค่าต่ำหรือเป็น 0 ก็แสดงว่าอุณหภูมิที่ใช้เผาสูงมาก ทำให้จำนวน
ทรายที่มีมากผลึกกันจนเป็นเนื้อแกร่ง แน่น และละเอียด
อลูมินา ก็จัดเป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่ของเนื้อดิน เนื้อดินที่มีค่าอลูมินามากเท่าไรก็จะ
มีความเหนียวเหมาะแก่การนำมาปั้นภาชนะมาก แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับจำนวนแบคทีเรียและจำนวน
น้ำผลึกที่อยู่ในดินด้วย
ความสำคัญขององค์ประกอบส่วนน้อย ในการพิจารณาองค์ประกอบส่วนน้อยนั้น
ค่าของเหล็กและแคลเซียม จัดว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้สีของภาชนะแตกต่างกันไป
เหล็ก แม้จะเป็นส่วนประกอบส่วนน้อย แต่ก็มีความสำคัญต่อการกำหนดแหล่งวัตถุดิบ
และบอกความแตกต่างของภาชนะดินเผาจากแหล่งต่าง ๆ ได้ คือ ถ้าเหล็กมีจำนวนมากกว่า 1.2%
ลักษณะของเศษภาชนะนั้นจะมีสีออกแดง
แคลเซียม ก็เป็นองค์ประกอบส่วนน้อยที่สำคัญ คือสามารถบอกลักษณะพิเศษของ
ภาชนะได้ ถ้ามีแคลเซียมมาก จะทำให้สีภาชนะเป็นสีออกสีเหลือง หลังการเผาหรืออาจบอกลักษณะ
ภาชนะดินเผาที่มีการเคลือบได้
2.2 การวิเคราะห์องค์ประกอบทางฟิสิกส์ (ทางกายภาพ) วิธีการวิเคราะห์องค์ประกอบทาง
ฟิสิกส์นี้ดูเหมือนจะให้ความกระจ่างเกี่ยวกับเนื้อดินที่ใช้ในภาชนะได้ดีกว่าการวิเคราะห์องค์ประกอบ
ทางเคมี เนื่องจากสามารถบอกได้ว่าธาตุต่าง ๆ ที่ประกอบกันเป็นเนื้อภาชนะมีการเรียงตัวกันอย่างไร
ซึ่งการวิเคราะห์ทางเคมีไม่สามารถบอกได้ การวิเคราะห์องค์ประกอบทางฟิสิกส์นี้จะต้องใช้กล้อง
จุลทรรศน์เป็นอุปกรณ์สำคัญโดยใช้ส่องดูเนื้อภาชนะ และการเตรียมตัวอย่างเนื้อภาชนะที่จะนำมา
วิเคราะห์นั้นก็อาจทำได้ 2 วิธีคือ
วิธีแรกทำได้โดยการตัดและฝนเนื้อภาชนะให้เป็นแผ่นบาง (Thin section) จนแสงผ่าน
ได้โดยให้มีความหนาเพียง 0.03 มิลลิเมตร
ส่วนวิธีที่ 2 คือการนำตัวอย่างไปบดให้ละเอียดแล้วนำไปจุ่มลงในของเหลวประเภท
refractive liquids แต่ส่วนใหญ่นิยมทำเป็น thin section เนื่องจากสามารถเก็บรักษาไว้ได้นานกว่า
เมื่อได้ตัวอย่างแล้วจึงนำไปศึกษาโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ประเภทกล้องที่ใช้ส่องดูเนื้อหินเนื้อ
ดินโดยเฉพาะ เช่นกล้อง Petrographic microscope มาส่องดู ซึ่งการวิเคราะห์องค์ประกอบทาง
ฟิสิกส์นี้ต้องอาศัยผู้ที่มีความชำนาญเป็นพิเศษ จัดเป็นวิธีการศึกษาที่ยากกว่าวิธีการศึกษาด้านเคมี
แม้จะให้ประโยชน์มากกว่า นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์หาองค์ประกอบของเนื้อภาชนะโดยวิธีการ
ดรรชนีภาชนะดินเผาสมัยทวารวดี

