Page 29 - Index Pottery of Dvaravati Period - Professor Emerita Dr.Phasook Indrawooth
P. 29

บทที่ 2



                                  แนวทางการศึกษาโบราณคดีสมัยทวารวดี





                          ชื่อ “ทวารวดี” นี้ ศาสตราจารย์ เซเดส์ (George Cœdès) ได้เริ่มนำมาใช้เรียกกลุ่มศิลปะ

                   ซึ่งพบที่นครปฐม, ลพบุรี, ราชบุรี, อยุธยา และปราจีนบุรี ที่มีลักษณะเฉพาะตัวแตกต่างไปจากศิลปะ
                   กลุ่มไทย และกลุ่มเขมรว่า “ศิลปะทวารวดี” ตั้งแต่ พ.ศ.2472  โดยสอบค้นจากจดหมายเหตุจีนเหี้ยนจัง
                                                                      1
                   และหลวงจีนอี้จิง ซึ่งบันทึกขึ้นในราวกลางพทธศตวรรษที่ 13 (คริสต์ศตวรรษที่ 7) ว่ามีอาณาจักรหนึ่ง
                                                       ุ
                   ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของศรีเกษตร (เมียนมาร์) และทางทิศตะวันตกของอิศานปุระ (เขมร)
                   และเรียกอาณาจักรนั้นว่า “ตว้อหลอปอตี่” ซึ่งศาสตราจารย์เซเดส์ มีความเห็นว่าชื่อนี้สอดคล้องกับ

                   ชื่อ “ทวารวดี” ซึ่งเป็นชื่อที่ปรากฏเป็นชื่อเมืองหลวงของอาณาจักรไทยสมัยหลัง (เช่น กรุงเทพทวารวดี
                   ศรีอยุธยา เป็นต้น) และศาสตราจารย์เซเดส์ได้นำศิลปะกลุ่มนี้ไปเปรียบเทียบกับศิลปะอินเดียสมัย

                   ราชวงศ์คุปตะ (Gupta Empire) ซึ่งมีอายุอยู่ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 9 - 11 และได้กำหนดอายุ

                   กลุ่มศิลปะทวารวดีว่าอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 10 - 12   ต่อมาคำว่า “ทวารวดี” ได้มีความหมาย
                                                                  2
                                                                    ิ
                   กว้างออกไปกลายเป็นชื่ออาณาจักรที่ได้รับความเจริญจากอนเดียครั้งราชวงศ์คุปตะ และมีเมืองหลวง
                   อยู่ที่นครปฐมหรือสุพรรณบุรี
                                           3
                          การนำชื่อ “ทวารวดี” มาใช้เป็นชื่ออาณาจักร ยิ่งมีหลักฐานสนับสนุนเพิ่มขึ้น เมื่อได้มี
                   การค้นพบเหรียญเงิน 2 เหรียญที่เนินหิน ใกล้กับวัดพระประโทณเจดีย์ ตำบลพระประโทน

                                           4
                   จังหวัดนครปฐม พ.ศ.2486  เหรียญทั้ง 2 มีจารึกเป็นภาษาสันสกฤตว่า ศรีทวารวดี ศวรปุณยะ
                   ซึ่งแปลว่า “บุญของผู้เป็นเจ้าแห่งทวารวดี” และในพ.ศ.2507 ได้พบเหรียญที่มีจารึกแบบเดียวกันนีที่
                                                                                                     ้
                                        5
                   อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี  ซึ่งการพบเหรียญที่มีจารึกที่จังหวัดนครปฐม และสุพรรณบุรี ได้สนับสนุน
                   ข้อสันนิษฐานของศาสตราจารย์เซเดส์เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามต่อมาใน พ.ศ.2522 ได้ปรากฏว่าพบ
                   เหรียญเงินที่มีจารึกแบบเดียวกันนี้อีกที่บ้านคูเมือง อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี  การพบเหรียญ
                                                                                        6


                          1  ยอช เซเดส์. ประชุมศิลาจารึกสยาม ภาคที่ 2 จารึกกรุงทวารวดี เมืองละโว้ แลเมืองประเทศราชขึ้นแก่กรุงศรีวิชัย
                   (พระนคร: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร, 2472), 4.
                          2  เรื่องเดียวกัน.
                          3  เรื่องเดียวกัน, 5.
                          4  Boeles, J.J., “The King of Sri Dvaravati and His Regalia,” the Journal of the Siam Society Vol LII, part II
                   (April 1964): 99 – 103, pls. 1 - 2.
                          5  Boisselier, J. “Travaux de la Mission archéologique française en Thaïlande (Juillet Novembre 1966).” Arts
                   Asiatiques 25 (Année 1972): p.52, fig 85 A, B.
                          6  จารึกบนเหรียญอ่านโดยอาจารย์ดวงเดือน รุ่งแสงจันทร์ และแปลโดย ผศ.ดร.อุไรศรี วรศะริน ดูเพิ่มใน, กรมศิลปากร, จารึก
                   โบราณรุ่นแรกที่เมืองลพบุรีและใกล้เคียง, โดย ภูธร ภูมะธน (กรุงเทพฯ: บริษัท บพิธการพิมพ์ จํากัด, 2524), 48 – 50.; ผาสุข อินทรวุธ,
   24   25   26   27   28   29   30   31   32   33   34