Page 25 - Index Pottery of Dvaravati Period - Professor Emerita Dr.Phasook Indrawooth
P. 25

บทที่ 1 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผา | 10



                   สีขาว สีเนื้อ หรือสีแดง เมื่อถูกเผาในบรรยากาศที่มีออกซิเจนและมีการสันดาปเต็มที่ ส่วนถ่านก็จะให้

                   สีแก่ภาชนะ เมื่อมีการเผาในที่ที่มีออกซิเจนไม่เพียงพอโดยจะทำให้สีภาชนะเป็นสีเทาหรือดำ
                   แต่ถ้ามีออกซิเจนเพียงพอพวกถ่าน (Carbonaceous matter) จะสลายตัวและถูกขับออกไปเป็นก๊าซ

                   คาร์บอนไดออกไซด์จนหมด ดังนั้นมีภาชนะจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเหล็กและถ่านในเนื้อดินเท่านั้น

                   หากแต่ยังขึ้นอยู่กับความเพียงพอของออกซิเจนในการเผาด้วย ถ้ามีออกซิเจนมีเพียงพอจะทำให้สี
                   ภาชนะสดใส ถ้าไม่พอจะออกสีเทา ๆ

                                                                                                    ี
                               สรุปได้ว่าเครื่องปั้นดินเผาจะมีสีสดใส เมื่อมีออกซิเจนช่วยในการเผาไหม้อย่างพอเพยง
                   แต่จะมีสีคล้ำเมื่อไม่เพียงพอ โดยจะสังเกตได้ดังนี้ :-

                               เมื่อภาชนะมีสีสดใสตลอดใบทั้งผิวด้านนอกและเนื้อใน (ไส้กลาง) แสดงว่ามีออกซิเจน

                   เพียงพอ
                               มีสีสดใสเฉพาะผิวนอกแต่ไส้กลางมีสีเทาหรือดำ แสดงว่าออกซิเจนไม่เพียงพอ ทั้งนี้จะ

                   ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิการเผา และระยะเวลาการเผาด้วย คือใช้อุณหภูมิต่ำและระยะเวลาสั้นไป
                                              ่
                                                                                 ี
                               ผิวนอกเป็นสีเทาออน ไส้กลางเทาแก่ แสดงว่าออกซิเจนไม่เพยงพอ และเนื้อดินที่ใช้ปั้น
                   ภาชนะมีส่วนผสมของถ่าน (Carbonaceous matter) ซึ่งถ่านบริเวณผิวนอกถูกความร้อนและ

                   กลายเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และถูกขับออกไปจากผิวภาชนะ ส่วนถ่านที่อยู่ส่วนในได้รับความ
                   ร้อนไม่เพียงพอจึงทำให้ไส้กลางภาชนะเป็นสีดำหรือเทาแก  ่

                               ถ้ามีผิวสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลแก่ แสดงว่าออกซิเจนไม่เพียงพอ และเนื้อดินมีส่วนผสม

                   ของเหล็ก (Iron compounds) มาก
                               ถ้ามีสีแดงสดใส แสดงว่ามีออกซิเจนเพียงพอและเนื้อดินมีส่วนผสมของเหล็กมาก

                               ถ้าเป็นสีเทาออนจาง ๆ แสดงว่าดินที่ใช้ขึ้นภาชนะเป็นดินขาวหรือดินที่มีธาตุเหล็กน้อย
                                          ่
                   แต่มีออกซิเจนไม่เพียงพอในการเผา

                               ถ้าเป็นสีขาว แสดงว่าดินที่ใช้ไม่มีธาตุเหล็ก และมีออกซิเจนเพียงพอ

                               ถ้าเป็นสีดำ แสดงว่าดินมีถ่าน (Carbonaceous matter) ผสมอยู่มาก และได้รับ
                        ิ
                   ออกซเจนในการเผาไม่เพียงพอ

                          2. การศึกษาเนื้อภาชนะ (Texture)

                          คือการพิจารณาความแตกต่างของเนื้อภาชนะว่ามีความหยาบหรือละเอียดเพียงใด มีความ

                   แข็งแกร่งหรือเปราะบางซึ่งความแข็งแกร่งของเนื้อภาชนะอาจบ่งบอกหน้าที่หรือประโยชน์ใช้สอยของ
                   ภาชนะนั้น ๆ ได้ อย่างไรก็ตามความแข็งแกร่งหรือความเปราะบางของภาชนะหนึ่งใดจะขึ้นอยู่กับ

                   ส่วนประกอบของเนื้อดินที่ใช้ และอุณหภูมิที่ใช้ในการเผาภาชนะนั้น สำหรับภาชนะเนื้อแกร่งนั้นดิน

                   จะต้องมีส่วนผสมประเภท ทราย เปลือกหอย หินปูน ประเภทที่มีส่วนผสมของแคลเซียม แมกนิเซียม
                   คาร์บอเนต เป็นต้น และจะต้องเผาในอุณหภูมิที่ค่อนข้างสูง






                            ดรรชนีภาชนะดินเผาสมัยทวารวดี
   20   21   22   23   24   25   26   27   28   29   30