Page 131 - Index Pottery of Dvaravati Period - Professor Emerita Dr.Phasook Indrawooth
P. 131
บทที่ 4 บทสรุปและวิเคราะห์ | 116
จนถึงประวัติศาสตร์ และอยู่ในความนิยมถึงสมัยคุปตะ (พุทธศตวรรษที่ 9 - 11) และหลังคุปตะ
ิ
94
(พุทธศตวรรษที่ 12 - 13) โดยเฉพาะในบริเวณภาคตะวันตกของอินเดีย และแพร่ออกไปนอกอนเดีย
95
ในช่วงเดียวกันนี้ดังได้พบจากการขุดค้นในประเทศเมียนมาร์ที่เมืองไบก์ถโน (พุทธศตวรรษที่ 8 - 10)
ส่วนในประเทศไทยพบในแหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดีทุกแห่ง โดยจะขุดพบตะคันดินเผาแหล่งนีเป็น
้
จำนวนมาก ใช้ทั้งเป็นตะเกียงในชีวิตประจำวันและใช้ในบริเวณกิจพิธีทางศาสนาด้วย
ส่วนภาชนะดินเผาประเภทถ้วยมีพวยนั้น (Spouted cup) (ดูรูปที่ 47) ขึ้นรูปด้วยมือมี
ลักษณะเป็นถ้วยก้นกลม และมีพวยรูปทรงกระบอกยื่นออกมาจากด้านข้างของถ้วยโดยปากของพวย
จะอยู่ในระดับเดียวกับถ้วย ถ้วยมีพวยนี้พบทั่วไปในแหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดีและนิยมเรียกกนว่า
ั
“ตะเกียงโรมัน” โดยสันนิษฐานกันว่าน่าจะเลียนแบบมาจากตะเกียงโรมันสำริดที่พบที่พงตึก
96
จังหวัดกาญจนบุรี และบางท่านสันนิษฐานว่ารับรูปแบบมาจากรูปแบบตะเกียงของอินเดียใต้ในช่วง
สมัยราชวงศ์อานธระรุ่งเรือง (พุทธศตวรรษที่ 3 - 9) และเรียกกันว่า “ตะเกียงอานธระ” ความจริง
ตะเกียงประเภทนี้เลียนแบบมาจากตะเกียงโรมันนั่นเอง แต่ไม่ได้เลียนแบบมาโดยตรงคือรับสืบต่อมา
จากชาวอินเดียอีกทอดหนึ่ง โดยชาวโรมันผู้มาตั้งถิ่นฐานอยู่ในอินเดียภาคตะวันตก และอินเดียใต้
97
ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 4 - 6 เป็นผู้นำเข้ามาใช้ในอินเดียและชาวพื้นเมืองอินเดียได้ทำเลียนแบบขึ้น
บ้าง แต่ได้ดัดแปลงรูปแบบให้แตกต่างไปจากของโรมัน คือทำเป็นลักษณะถ้วยรูปกลม รูปไข่
หรือสี่เหลี่ยมผืนผ้าและมีพวยยื่นออกมาเป็นรูปทรงกระบอกและวัสดุที่ใช้ผลิตตะเกียงก็แตกต่างกัน
คือชาวโรมันนิยมหล่อจากสำริด ในขณะที่ชาวอินเดียนิยมผลิตตะเกียงแบบนี้ด้วยดินเผาเป็นส่วนใหญ่
ที่เป็นปูนปั้นก็มีและที่สลักจากหินที่พบบ้างโดยมักจะปรากฏบริเวณอินเดียภาคตะวันตก
สำหรับตะเกียงที่สลักจากหินนั้นมักจะตกแต่งด้วยหัวสัตว์ (เช่นหัวช้าง) และหัวคน ตะเกียงแบบนี้ชาว
98
อินเดียภาคตะวันตก และภาคใต้นิยมผลิตขึ้นใช้ควบคู่ไปกับตะเกียงพื้นเมืองแบบอื่น ๆ โดยเฉพาะใน
อินเดียภาคตะวันตกนั้นปรากฏอยู่จนถึงยุคกลางตอนต้น (ราวพุทธศตวรรษที่ 14 - 15) จึงอาจสรุปได้
ว่าตะเกียงดินเผาที่มีรูปแบบเหมือนถ้วยมีพวยในบริเวณชุมชนโบราณสมัยทวารวดีนั้นเป็นรูปแบบที่
ชาวอินเดียภาคตะวันตก (หรือภาคใต้) ผู้ซึ่งเข้ามาค้าขายและตั้งถิ่นฐานบริเวณนี้เป็นผู้นำเข้ามาใช้
พร้อมกับตะเกียงแบบอื่น ๆ (เป็นต้นว่าตะคันและตะเกียงแบบแขวน) และได้รับความนิยมแพร่หลาย
โดยชาวพื้นเมืองได้ผลิตขึ้นใช้ควบคู่ไปกับตะเกียงแบบอื่น ๆ แต่ดูเหมือนว่าตะเกียงประเภทนี้
(ประเภทมีพวย) จะเสื่อมความนิยมลงไปอย่างรวดเร็ว คือหลังพุทธศตวรรษที่ 17 เป็นต้นไปก็ไม่
ปรากฏอีกเลย ในขณะที่ตะเกียงแบบอื่น ๆ เช่น ตะคันและตะเกียงแบบแขวนยังได้รับความนิยมสืบ
94 Mehta, R. N., Excavation at Nagara, 108, fig.51.
95 Aung Thaw, U., Report on the excavations at Beikthano, 130 fig.63, pl,XLIII c.
96 Quaritch Wales and H.G. Dvaravati, The Earliest Kingdom of Siam, a.
97 Prasad Singh, R.C., “Spouted Vessels in India,” in Potteries in Ancient India, 120.; Deshpande, M. N.,
“Roman Pottery in India,” in Potteries in Ancient India, 279.
98 Vats, Madho Sarup. Excavations at Harappa : being an account of archaeological excavations at
Harappa carried out between the years 1920 - 21 and 1933 – 34, 501, Vol.III (Plates) pl.142 No.114 – 117.
ดรรชนีภาชนะดินเผาสมัยทวารวดี

