Page 130 - Index Pottery of Dvaravati Period - Professor Emerita Dr.Phasook Indrawooth
P. 130

บทที่ 4 บทสรุปและวิเคราะห์ | 115



                   นักโบราณคดีชาวอินเดียเองก็ได้ตั้งข้อสังเกตว่าไว้ว่าอินเดียเองอาจจะรับรูปแบบหม้อน้ำมีพวยมาจาก

                   เมโสโปเตเมีย แต่มาดัดแปลงรูปแบบให้เหมาะสมกับความต้องการของตนเอง เนื่องจากหม้อน้ำมีพวย
                   ของเมโสโปเตเมียและของกรีกมีรูปแบบของพวยที่แตกต่างไปจากอินเดีย คือมีพวยเป็นรูปคล้ายจงอย

                   ปากนก ในขณะที่ของอินเดียมีพวยเป็นรูปทรงกระบอกหรือรูปกรวย สำหรับภาชนะมีพวยที่พบใน

                   แหล่งโบราณสมัยทวารวดีนั้นรับรูปแบบภาชนะดินเผาแบบอินเดียมาเนื่องจากมีพวยเป็นรูป
                   ทรงกระบอกหรือรูปกรวย

                          ส่วนหม้อน้ำประเภทคอสูงปากแคบเป็นทรงคอขวดเจาะรูเล็ก ๆ ที่ปากแคบที่เรียกว่า
                   หม้อพรมน้ำนั้น (Sprinklers) มีต้นกำเนิดอยู่ในกลุ่มชนโบราณแถบเมดิเตอเรเนียน และเข้ามา

                                                                                                     92
                   แพร่หลายในอินเดียโดยพวกโรมันที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานบริเวณชายฝั่งทะเลตะวันตกของอินเดีย
                   ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 4 - 6 ซึ่งพวกโรมันนิยมใช้เป็นภาชนะใส่เหล้าองุ่น (Flagon of wine) และเมื่อ
                   เข้ามาแพร่หลายในอินเดียนั้นชาวโรมันที่ตั้งถิ่นฐานในอินเดียก็ยังใช้ใส่เหล้าองุ่นแดงปรากฏเป็น

                   ภาพวาดบนเพดานถ้ำ (อชันตาที่ 1) แต่ชาวอินเดียโดยเฉพาะชาวพุทธนิยมใช้เป็นหม้อน้ำศักดิ์สิทธิ์
                   ดังได้ขุดพบจากบริเวณถ้ำที่เจาะเข้าไปในภูเขาบริเวณภาคตะวันตกของอินเดีย คือบริเวณถ้ำปิตัลโคระ

                   (Pitalkhora) กันเหริ (Kanhari) การ์ลี (Karle) และจุนนาร์ (Junnar) เป็นต้น และพบมากจากแหล่ง

                   ศาสนาอื่น ๆ โดยเฉพาะจากบริเวณถ้ำในพุทธศาสนานิกายมหายาน เช่นถ้ำอชันตาที่ 26 และยังพบใน
                   บริเวณอินเดียเหนืออีกหลายแห่งที่พุทธศาสนาแผ่ไปถึง หม้อน้ำแบบนี้จะผลิตอย่างประณีตเป็นพิเศษ

                   และประณีตกว่าแบบแรก ในแหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดีในประเทศไทยก็ขุดพบเช่นกันแต่พบจำนวน

                   น้อย อย่างไรก็ตามหม้อน้ำมีพวยและหม้อพรมน้ำนี้ยังขุดพบจากแหล่งโบราณคดีในประเทศต่าง ๆ
                   ในเอเชียอาคเนย์เป็นต้นว่าจากเมืองไบก์ถโนในประเทศเมียนมาร์ เมืองออกแก้วในประเทศเวียดนาม

                   เมืองสมโบร์ไพรกุกประเทศเขมร และขุดพบจากเมืองโบราณต่าง ๆ ในคาบสมุทรมาเลย์ และใน
                   อินโดนีเซียด้วย

                          นอกจากหม้อน้ำมีพวยแล้วภาชนะดินเผาที่ขุดได้จากแหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดีอีกหลาย

                   รูปแบบก็จัดเป็นแบบที่รับอิทธิพลอินเดียนั้นคือภาชนะที่ใช้ใส่น้ำมันตามไฟต่างตะเกียงซึ่งนิยมเรียกกัน
                   ว่าตะคัน (ดูรูปที่ 34) มีลักษณะเป็นถ้วยดินเผาขนาดเล็ก มักจะขึ้นรูปด้วยมือเป็นส่วนใหญ่ (ที่ขึ้นรูป

                   ด้วยแป้นหมุนก็มีบ้าง) มีหลายรูปแบบทั้งแบบปากเรียบ ปากหยัก มีเชิง และไม่มีเชิง ในประเทศ
                   อินเดียนั้นการใช้ถ้วยดินเผาขนาดเล็กใส่น้ำมันตามไฟต่างตะเกียงปรากฏมาตั้งแต่กึ่งก่อน

                   ประวัติศาสตร์ (Chalcolithic period) และแพร่หลายมากในแคว้นมัธยมประเทศอันเป็นแหล่งอารย

                                                                               93
                   ธรรมโบราณที่มีอายุอยู่ในช่วงระหว่าง 1,600 – 1,300 ปีก่อนคริสตกาล  และมีการใช้สืบต่อกันมา


                          92  Deshpande, M. N., “Roman Pottery in India,” in Potteries in Ancient India, 279.
                          93  Vats, Madho Sarup. Excavations at Harappa : being an account of archaeological excavations at
                   Harappa carried out between the years 1920 - 21 and 1933 – 34, Vol.I p.374 - 375, Vol.II pl.LXXI, figs.83 – 87.;
                   Sankalia, H.D., and others. Chalcolithic Novdatoli: Excavation at Navdatoli 1957 – 1959 (Baroda: Deccan College
                   Postgraduate and Research Institute, 1971), 374 – 375, fig.117 No.3 – 8.


                                                                     ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ผาสุข อินทราวุธ
   125   126   127   128   129   130   131   132   133   134   135