Page 132 - Index Pottery of Dvaravati Period - Professor Emerita Dr.Phasook Indrawooth
P. 132

บทที่ 4 บทสรุปและวิเคราะห์ | 117



                   ต่อมาจนถึงสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยา โดยเฉพาะรูปแบบที่เรียกว่าตะคันนั้นยังปรากฏอยู่ในปัจจุบัน

                   ในชนบนภาคเหนือโดยใช้ในกิจพิธีบางโอกาส
                          นอกจากรูปแบบภาชนะที่รับอิทธิพลจากภายนอกแล้ว ภาชนะดินเผาที่ขุดได้จากแหล่ง

                   โบราณคดีสมัยทวารวดี แบบอื่น ๆ ส่วนใหญ่มักสืบต่อรูปแบบมาจากรูปแบบภาชนะพื้นเมืองของ

                   ชุมชนก่อนทวารวดี และมีหลายรูปแบบที่อาจสืบส่วนความเก่าแก่ไปถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์ได้ และ
                   ที่เห็นได้อย่างเด่นชัดมีอยู่ 2 รูปแบบด้วยกัน คือจานมีเชิงสูง (ดูรูปที่ 9) และหม้อมีสัน (ดูรูปที่ 10)

                   สำหรับจานมีเชิงสูงแม้จะพบจำนวนน้อยชิ้นเมื่อเทียบกับภาชนะแบบอื่น ๆ แต่ก็พบจากแหล่ง
                   โบราณคดีสมัยทวารวดีทุกแห่ง เนื่องจากมีรูปทรงเป็นจานมีเชิงสูงจึงมีลักษณะคล้ายพาน เท่าที่พบ

                                                                     ็
                   ส่วนใหญ่เป็นจานก้นตื้นมีเชิงสูง แต่ที่มีรูปทรงเป็นถ้วยมีเชิงกพบบ้าง ส่วนใหญ่จะขึ้นรูปด้วยแป้นหมุน
                   ที่ขึ้นรูปด้วยมือก็มีบ้างแต่น้อย เท่าที่ขุดพบมักจะไม่สมบูรณ์จะได้เป็นบางส่วน ส่วนที่เป็นจานส่วนที่
                   เป็นเชิงและส่วนที่เป็นก้าน เนื่องจากภาชนะแบบนี้ส่วนใหญ่มักจะแยกทำเป็น 2 หรือ 3 ส่วนแล้ว

                   นำมาต่อกันทีหลัง ทำให้แตกหักได้ง่าย ภาชนะแบบจานมีเชิงสูงนี้เป็นแบบที่ปรากฏมาช้านานใน
                   ชุมชนโบราณทั้งในเอเชียและยุโรปมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ในอินเดียนั้นภาชนะรูปแบบนี้เริ่ม

                                                                                                     99
                   ปรากฏมาตั้งแต่วัฒนธรรมยุคหินใหม่แล้ว และแพร่หลายในช่วงสมัยอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ
                   (3,000 ปีก่อนคริสตกาล) และในช่วงต่อมาโดยจะพบมากบริเวณแคว้นบาลูซิสถาน สินท์ คุชราตถึงเบงกอล
                   (บริเวณภาคตะวันตกเฉียงเหนือถึงตะวันออกเฉียงเหนือ) และเสื่อมความนิยมไปเกือบหมดในช่วง

                   1,000 ปีก่อนคริสตกาล แต่ภาชนะรูปจานมีเชิงเตี้ยยังคงปรากฏต่อมาในต้นคริสตกาลจนถึงปัจจุบัน

                   นอกจากอินเดียแล้วภาชนะทรงนี้ยังจัดเป็นรูปแบบภาชนะที่ปรากฏในอียิปต์ เอลาม เกาะครีต
                   ปาเลสไตน์ กรีซ อิหร่าน ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงกึ่งก่อนประวัติศาสตร์ สำหรับในปาเลสไตน์

                   นั้นภาชนะทรงนี้เริ่มปรากฏขึ้นตั้งแต่ช่วง 4,000 ปีก่อนคริสตกาลมาแล้ว สำหรับประเทศไทยนั้น
                                                                   100
                   ภาชนะทรงนี้ก็ปรากฏมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์แล้ว  และสืบต่อมาถึงยุคประวัติศาสตร์ดังได้
                   ขุดพบจากแหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดีทุกแห่ง สันนิษฐานว่าคงจะใช้ในโอกาสพิเศษหรือกิจพิธีทาง

                   ศาสนา เนื่องจากพบน้อยชิ้นและมักพบจากหลุมศพยุคก่อนประวัติศาสตร์ ส่วนในยุคประวัติศาสตร์มัก
                   พบใกล้บริเวณโบราณสถานเป็นส่วนใหญ่

                          ส่วนหม้อมีสันนั้นจัดเป็นรูปแบบหม้อที่พบเป็นจำนวนมากที่สุดในบรรดารูปแบบภาชนะแบบ
                   อื่น ๆ ที่พบจากแหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดี หม้อมีสันนี้ส่วนใหญ่มักจะมีการตกแต่งตั้งแต่ใต้สันลงมา

                   โดยตกแต่งด้วยลายขูดขีด หรือลายทาบเป็นลายเชือกหรือเครื่องจักสาน หม้อแบบนี้ก็เช่นเดียวกับ

                   ภาชนะประเภทมีเชิงสูง คือเป็นแบบที่เริ่มปรากฏมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์และแพร่หลายทั้งใน
                   เอเชียเหนือและเอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นรูปแบบที่นิยมติดต่อกันมา

                   จนถึงยุคประวัติศาสตร์ทั้งในอินเดียและกลุ่มประเทศในเอเชียอาคเนย์โดยเฉพาะประเทศไทย
                                                                                                    101

                          99  Marshall, John, Mohenjo-Daro and the Indus Civilization, 292, 295 – 296.
                          100  วิสันธนี โพธิสุนธร และคณะ, “เครื่องปั้นดินเผาสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย,” 12 - 15, 22.
                          101  เรื่องเดียวกัน.


                                                                     ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ผาสุข อินทราวุธ
   127   128   129   130   131   132   133   134   135   136   137