Page 133 - Index Pottery of Dvaravati Period - Professor Emerita Dr.Phasook Indrawooth
P. 133
บทที่ 4 บทสรุปและวิเคราะห์ | 118
โดยใช้เป็นภาชนะประเภทเครื่องครัว เนื่องจากเป็นหม้อเนื้อหยาบ และแกร่งสามารถทนต่อความร้อน
จากการหุงต้มได้ดี ในประเทศไทยนั้นหม้อมีสันก็ปรากฏมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึง
ยุคประวัติศาสตร์ โดยจะพบแพร่หลายมากในสมัยทวารวดีดังได้ขุดพบจากแหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดี
ทุกแห่ง และพบเป็นจำนวนมากด้วย
สำหรับเทคนิคการตกแต่งภาชนะดินเผาสมัยทวารวดีนั้นก็มีทั้งเทคนิคพื้นเมืองซึ่งสืบต่อมา
จากวัฒนธรรมสมัยหัวเลี้ยวประวัติศาสตร์ เช่นเทคนิคการขูดขีดเป็นลายคลื่น (ดูรูปที่ 24) ซึ่งเป็น
เทคนิคที่นิยมใช้ตกแต่งภาชนะดินเผาในดินแดนเอเชีย และเอเชียอาคเนย์มาตั้งแต่ก่อนทวารวดี
เทคนิคการตกแต่งด้วยการทาบเป็นลายเชือกหรือเครื่องจักสาน (ดูลายเส้นที่ 8) ซึ่งเป็นเทคนิคการ
ตกแต่งภาชนะดินเผาที่ปรากฏมานานแล้วโดยเริ่มตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และพบทั่วไปในแหล่ง
102
อารยธรรมเก่าแก่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันออก และเอเชียเหนือ ส่วนประเทศไทย
นั้นพบแพร่หลายตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และได้รับความนิยมสืบต่อมาจนถึงยุคประวัติศาสตร์
โดยพบมากสมัยทวารวดีโดยจะตกแต่งภาชนะประเภทหม้อก้นกลมและหม้อมีสัน เทคนิคการตกแต่ง
หม้อช่วงลำตัวและช่วงก้นเป็นลายเครื่องจักสานนี้ยังนิยมสืบต่อมาจนถึงปัจจุบันโดยเฉพาะหม้อดินเผา
ที่ผลิตขึ้นตามชนบทของไทยทุกแห่ง เนื่องจากการตกแต่งด้วยลายเหล่านี้นอกจากจะให้ความสวยงาม
แล้วยังเป็นประโยชน์ด้วย คือทำให้ผิวด้านนอกของหม้อไม่ลื่นมือ และสะดวกต่อการหยิบจับยิ่งกว่า
หม้อผิวเรียบ
และยังมีเทคนิคพื้นเมืองอีกเทคนิคหนึ่งคือการตกแต่งบริเวณคอหรือบ่าภาชนะด้วยการกด
ด้วยรอยนิ้วมือ (Finger Impression) ซึ่งจัดเป็นเทคนิคการตกแต่งที่ทำให้ง่ายและรู้จักกันมานาน
ตั้งแต่ชุมชนยุคก่อนประวัติศาสตร์ทั่วโลกที่รู้จักการทำภาชนะดินเผาขึ้นใช้ และใช้ติดต่อกันมาจนถึง
ปัจจุบัน เทคนิคการตกแต่งด้วยรอยนิ้วมือนี้ก็เป็นเทคนิคที่นิยมใช้ในการตกแต่งภาชนะดินเผา
สมัยทวารวดี แต่ที่น่าสังเกตคือนอกจากจะใช้มือกดเป็นรอยรอบคอหรือบ่าภาชนะแล้ว ช่างปั้นหม้อ
สมัยทวารวดียังนิยมใช้วัสดุอื่นแทนนิ้วมือ คือใช้เปลือกหอยชนิดต่าง ๆ ไปกดทาบบริเวณบ่าหรือคอ
ภาชนะทำให้เกิดลายหอยที่พบมากเป็นลายกาบหอยแครงขนาดเล็กและหอยโข่ง เรียงเป็นแถวใน
แนวนอนขนานกับปากภาชนะ (ดูรูปที่ 6) และเนื่องจากหอยเป็นสัตว์ทะเลดังนั้นการตกแต่งภาชนะ
ด้วยเปลือกหอยจึงแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดว่าชุมชนทวารวดีมีความสัมพันธ์กับทะเลมากพอควร
ภาชนะดินเผาที่ขุดได้จากแหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดีบางแบบยังได้เลียนแบบเทคนิคการ
ตกแต่งจากอินเดียอีกด้วย ที่เห็นได้เด่นชัด คือเทคนิคการตกแต่งด้วยลายประทับ (Stamp Design)
ซึ่งการตกแต่งภาชนะด้วยลายประทับนี้จะทำโดยการสลักลายที่ต้องการลงบนแผ่นไม้แข็งหรือแผ่นหิน
ิ
เป็นแม่พิมพ์ (Mould) แล้วนำภาชนะที่ขึ้นรูปแล้วไปกดทาบลงบนแม่พมพ์ขณะที่ยังเปียกอยู่ทำให้เกิด
รอยนูนบนผิวภาชนะเป็นลวดลายที่ต้องการ ลายประทับที่นิยมใช้เป็นลายตกแต่งสมัยทวารวดีคือลาย
102 B Laufer, Berthold, Chinese pottery of the Han dynasty, 54; Aung Thaw, U., Report on the
excavations at Beikthano, 142 fig.75; Malleret, Louis, L'archéologie du delta du Mékong. Tome premier.
L'exploration archéologique et les fouilles d'Oc-Èo, pl.LXXII, figs. 2, 3.
ดรรชนีภาชนะดินเผาสมัยทวารวดี

