Page 129 - Index Pottery of Dvaravati Period - Professor Emerita Dr.Phasook Indrawooth
P. 129
บทที่ 4 บทสรุปและวิเคราะห์ | 114
จากการศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบและเทคนิคการผลิตภาชนะดินเผาสมัยทวารวดี จึงสรุปได้
ว่าภาชนะดินเผาสมัยทวารวดีเป็นภาชนะประเภทเนื้อดินธรรมดา (Earthenware) ไม่มีการเคลือบ
มีการขึ้นรูปด้วยแป้นหมุนเป็นส่วนใหญ่ แต่ยังเผาด้วยเตากลางแจ้งซึ่งเผาได้ในอุณหภูมิไม่เกิน 1,100
องศาเซลเซียส และไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ จึงทำให้เนื้อภาชนะดินเผาสุกไม่ทั่วถึงกันตลอดใบ
บางส่วนที่ได้รับความร้อนไม่เพียงพอจะมีสีแตกต่างออกไป โดยเฉพาะไส้กลางของภาชนะที่มีเนื้อ
ุ
ค่อนข้างหนามักจะมีสีเทาหรือดำ และการเผากลางแจ้งโดยไม่สามารถควบคุมอณหภูมิได้นี้ยังมีผลต่อ
สีผิวของภาชนะด้วย สำหรับภาชนะดินเผาสมัยทวารวดีนี้ผลิตจากดินธรรมชาติและเป็นดินบริเวณที่
ราบกลุ่มภาคกลางของไทยซึ่งส่วนใหญ่เป็นดินที่มีส่วนผสมของเหล็กและถ่านมาก ดังนั้นภาชนะดิน
เผาสมยทวารวดีจึงออกสีแดง น้ำตาล หรือเทา ถ้าเผาในอุณหภูมิคงที่จะได้สีแดงตลอดใบ
ถ้าออกซิเจนไม่เพียงพอจะได้สีเทาหรือน้ำตาล (แล้วแต่ส่วนผสมของเหล็กหรือถ่านจะมากกว่ากัน)
ส่วนภาชนะดินเผาประเภทสวยงามที่ผลิตขึ้นในโอกาสพิเศษนั้น ช่างปั้นคงจะได้มีการเตรียมดินอย่าง
ประณีตกว่า แม้ว่าจะนำดินมาจากแหล่งเดียวกันแต่ได้นำมาทำความสะอาดเอาสิ่งเจือปนออกเสียก่อน
เพื่อให้ได้ภาชนะดินเผาที่มีเนื้อละเอียดกว่าแบบที่ใช้ในครัวเรือโดยทั่วไป
สำหรับรูปแบบภาชนะนั้นมีหลายรูปแบบ ที่ได้รับอิทธิพลมาจากภายนอก ซึ่งส่วนใหญ่จะ
ได้รับแบบมาจากภาชนะดินเผาของอินดีย ที่เห็นเด่นชัดคือภาชนะดินเผาประเภทมีพวยซึ่งมีทั้ง
ประเภทหม้อมีพวย (Spout pot) และถ้วยมีพวย (Spouted bowl or cup) สำหรับหม้อมีพวยนั้น
ส่วนใหญ่จะไม่มีหูจับและนิยมเรียกกันว่าหม้อกุณฑี (Kendi) สำหรับหม้อน้ำมีพวยที่ขุดพบจากแหล่ง
ขุดชุมชนโบราณสมัยทวารวดีนั้นมี 2 แบบ คือแบบปากผายและแบบปากแคบ แบบปากผายมีหลาย
ขนาดมีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ (ดูรูปที่ 38 และรูปที่ 39) ซึ่งสันนิษฐานได้ว่า หม้อน้ำขนาดใหญ่
อาจจะใช้เป็นเป็นหม้อน้ำในชีวิตประจำวัน แต่หม้อน้ำขนาดเล็กน่าจะใช้ในกิจพิธีทางศาสนา ส่วนหม้อ
น้ำประเภทคอสูงปากแคบเป็นทรงคอขวดเจาะรูเล็ก ๆ ที่ปากเรียกว่าหม้อพรมน้ำ (Sprinklers) (ดูรูป
ที่ 44, รูปที่ 46) จะมีพวยตั้งในแนวดิ่งติดอยู่บนบ่า โดยปากพวยจะติดอยู่ในแนวตั้งขนานกับปากหม้อ
น้ำแบบนี้พบน้อยมาก สำหรับหม้อน้ำแบบปากผายนั้นเป็นแบบที่ปรากฏในอินเดียตั้งแต่ยุคก่อน
89
ประวัติศาสตร์ช่วง 2,000 ปีก่อนคริสตกาล และเป็นแบบนิยมสืบต่อมาจนถึงยุคประวัติศาสตร์และ
พบว่าเป็นแบบที่นิยมแพร่หลายมากในอินเดียทั้งภาคเหนือและภาคใต้ตั้งแต่สมัยพุทธกาล (600 ปี
ก่อนคริสตกาล) โดยเฉพาะในบริเวณอินเดียภาคตะวันตกนั้นพบว่าแพร่หลายมากในสมัยคุปตะ และ
ิ
หลังคุปตะ (พุทธศตวรรษที่ 9 - 13) อย่างไรก็ตามหม้อน้ำมีพวยของอนเดียโบราณก็ไม่ใช่หม้อน้ำที่มีอายุ
เก่าแก่ที่สุด จากหลักฐานทางโบราณคดีปรากฏว่าหม้อน้ำมีพวยที่เก่าที่สุดนั้นพบจากกลุ่มเมืองโบราณแถบ
90
เมโสโปเตเมีย ซึ่งมีอายุอยู่ในช่วง 3,200 ปี ก่อนคริสตกาล และพบจากแหล่งโบราณคดีในวัฒนธรรม
สำริดของกรีกโบราณพบบนเกาครีต ซึ่งมีอายุราว 2,500 ก่อนคริสตกาล และจากหลักฐานดังกล่าว
91
89 Prasad Singh, R.C., “Spouted Vessels in India,” in Potteries in Ancient India, 118 – 123.
90 Gordon Childe, V., New light on the most ancient East, 233.
91 Lacy, A.D., Greek pottery in the Bronze Age, fig.12.
ดรรชนีภาชนะดินเผาสมัยทวารวดี

