Page 135 - Index Pottery of Dvaravati Period - Professor Emerita Dr.Phasook Indrawooth
P. 135

บทที่ 4 บทสรุปและวิเคราะห์ | 120



                          จึงสรุปได้ว่าภาชนะดินเผาสมัยทวารวดีเป็นภาชนะดินเผาเนื้อดินธรรมดา (Earthenware)

                   ไม่มีการเคลือบ มีการขึ้นรูปด้วยแป้นหมุนเป็นส่วนใหญ่ แต่ยังคงเผาด้วยเตากลางแจ้งซึ่งไม่สามารถ
                   ควบคุมอุณหภูมได้ เนื้อภาชนะจึงสุกไม่ทั่วถึงกัน และจากการขุดค้นแหล่งที่อยู่อาศัยของชุมชน

                   ได้พบลานดินเผาที่ใช้เผาภาชนะหลายแห่งด้วยกันจึงอาจสันนิษฐานได้ว่ามีการผลิตภาชนะดินเผาขึ้น

                   ใช้ในชุมชนเอง เนื่องจากเนื้อดินที่ใช้ผลิตภาชนะก็หาได้ในท้องถิ่นนั้น ๆ สำหรับรูปแบบภาชนะมีทั้ง
                   รูปแบบพื้นเมืองที่สืบต่อมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เป็นต้นว่าภาชนะประเภทจานมีเชิง

                   และหม้อมีสัน ส่วนประเภทที่รับรูปแบบมาจากภายนอกส่วนใหญ่จะรับมาจากอินเดียภาคตะวันตก
                   ตั้งแต่ช่วงต้นคริสตกาลถึงสมัยคุปตะ (พุทธศตวรรษที่ 9 - 11) และหลังคุปตะ (พุทธศตวรรษที่ 12 - 13)

                   ที่เห็นได้อย่างเด่นชัด คือตะคัน ถ้วยมีพวย หม้อมีพวย ในด้านเทคนิคการตกแต่งภาชนะก็เช่นกัน

                   มีการตกแต่งด้วยเทคนิคพื้นเมืองเดิม เป็นต้นว่าเทคนิคการขูดขีดเป็นลายคลื่น การทาบด้ายลายเชือก
                   และเครื่องจักสาน การกดด้วยรอยนิ้วมือและเปลือกหอยชนิดต่าง ๆ และยังมีการตกแต่งบริเวณ

                   ภาชนะด้วยลายประทับเป็นรูปบุคคลในอิริยาบถต่าง ๆ รูปสัตว์ และรูปดอกไม้ซึ่งจัดเป็นเทคนิคการ
                   ตกแต่งที่เลียนแบบการตกแต่งภาชนะดินเผาอินเดียสมัยคุปตะและหลังคุปตะ อาจกล่าวได้ว่า

                   การศึกษาภาชนะดินเผาที่ได้จากการขุดค้นแหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดี ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับ

                   ชุมชนทวารวดีหลายด้านด้วยกัน
                          ด้วยอายุเวลานั้นจากการศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบและเทคนิคการผลิตภาชนะดินเผา

                   สมัยทวารวดีกับแหล่งโบราณคดีอื่น ๆ แล้วได้พบว่าภาชนะดินเผาสมัยทวารวดียังใช้เทคนิคการผลิต

                   แบบโบราณซึ่งเป็นเทคนิคการผลิตที่ใช้กันมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์แต่ประณีตขึ้น ส่วนรูปแบบ
                                                                              ิ
                   ภาชนะและเทคนิคการตกแต่งภาชนะหลายประเภทนั้น เลียนแบบภาชนะอนเดียสมัยคุปตะและหลังคุปตะ
                          นอกจากด้านอายุเวลาแล้วการศึกษาภาชนะดินเผาจากแหล่งขุดค้นยังให้ความกระจ่างด้าน
                   อื่น ๆ อีก การรับรูปแบบและเทคนิคการตกแต่งจากอินเดียเป็นส่วนใหญ่นั้นแสดงให้เห็นเด่นชัดว่า

                                                                                          ี
                   ชุมชนทวารวดีต้องมีความสัมพันธ์กับต่างชาติโดยเฉพาะชาวอินเดียอย่างลึกซึ้ง คือไม่เพยงแต่เป็นการ
                   ติดต่อค้าขายธรรมดาแต่ต้องมีตั้งถิ่นฐานของชาวอินเดีย ผู้นำวัฒนธรรมอินเดียในช่วงสมัยคุปตะและ
                   หลังคุปตะมาเผยแพร่ด้วย จึงปรากฏภาชนะดินเผารูปแบบต่าง ๆ หลายแบบที่เลียนแบบภาชนะ

                   ดินเผาอินเดียในช่วงนั้น ๆ หลายแบบด้วยกันดังกล่าวแล้ว สรุปได้ว่าชุมชนทวารวดีรับวัฒนธรรม
                   อินเดียในช่วงพุทธศตวรรษที่ 9 - 13 โดยการติดต่อค้าขาย ซึ่งติดตามด้วยการตั้งถิ่นฐานของพ่อค้า

                   ชาวอินเดียและพวกนักบวชในศาสนาต่าง ๆ เนื่องจากที่ตั้งของเมืองส่วนใหญ่อยู่ติดชายทะเลเดิม

                   และหลักฐานที่ยืนยันว่าเมืองโบราณสมัยทวารวดีอยู่ใกล้ชายทะเลเดิมก็ปรากฏในภาชนะดินเผาด้วย
                   นั่นคือในการตกแต่งภาชนะดินเผาด้วยลายกดเป็นรอยรอบบ่าภาชนะนั้นช่างปั้นได้ใช้เปลือกหอยทะเล

                   หลายชนิด เช่น หอยแครง และหอยโข่งแทนการใช้นิ้วมือกดดังได้กล่าวมาแล้วและพร้อมกันนี้

                   ชาวอินเดียยังได้นำศาสนาความเชื่อของตนมาเผยแพร่ด้วย ดังปรากฏรูปแบบภาชนะดินเผาที่ใช้ใน
                   กิจพิธีทางศาสนาในอินเดีย เป็นต้นว่าหม้อน้ำมีพวย หม้อพรมน้ำซึ่งเป็นหม้อน้ำศักดิ์สิทธิ์ในศาสนา

                   พราหมณ์และศาสนาพุทธ อย่างไรก็ตามยังมีรูปแบบภาชนะสมัยทวารวดีหลายแบบที่สืบต่อรูปแบบมา



                            ดรรชนีภาชนะดินเผาสมัยทวารวดี
   130   131   132   133   134   135   136   137   138   139   140