Page 88 - Index Pottery of Dvaravati Period - Professor Emerita Dr.Phasook Indrawooth
P. 88

บทที่ 3 ภาชนะดินเผาสมัยทวารวดี | 73



                                 9.3 เมืองโบราณบ้างคูเมือง  ตำบลห้วยซัน อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
                                                          58
                   พบหม้อน้ำมีพวยทั้งแบบโบราณที่ไม่มีลวดลายตกแต่งเป็นหม้อทรงกลมก้นแบน พวยสั้น และแบบที่
                   วิวัฒนาการขึ้นโดยมีการตกแต่งบริเวณผิวนอกด้วยลายเขียนสีเป็นสีแดง เป็นเส้นขนานรอบบริเวณคอ

                   และบ่าภาชนะติดต่อกันหลายเส้น เหมือนรูปแบบกาน้ำที่พบที่จันเสน จังหวัดนครสวรรค์

                                 9.4 เมืองโบราณบ้านคูบัว  อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี พบหม้อน้ำมีพวยประดับ
                                                       59
                   ด้วยลายเขียนสี แบบที่พบทจันเสนและอินทร์บุรี
                                          ี่
                                 9.5 บริเวณชุมชนโบราณตำบลพระประโทนจังหวัดนครปฐม พบกาน้ำมีพวยประดับ
                   ด้วยลายเขียนสีตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่จำนวนมาก และพวยกาที่พบก็มีลักษณะยาวเรียว

                   กว่าแหล่งอื่น ๆ

                                 9.6 บริเวณชุมชนโบราณภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลายแห่งด้วยกันส่วนมากพบแต่
                   ส่วนพวยซึ่งมีสีขาวนวล ที่พบเป็นกาน้ำเต็มใบก็มีบ้าง เช่นกาน้ำจากเมืองโบราณที่จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นต้น

                                 9.7 บริเวณชุมชนโบราณภาคใต้ บริเวณที่พบกาน้ำมีพวยนั้น ซึ่งเป็นแบบนิยมของ
                   วัฒนธรรมทวารวดีนั้น คือแหล่งโบราณคดีที่แหลมโพธิ์ไชยา  จังหวัดสุราษฎร์ธานี
                                                                   60
                          สรุปได้ว่าหม้อน้ำแบบหม้อกุณฑี เป็นหม้อน้ำโบราณของอินเดียซึ่งแพร่เข้ามาในดินแดน

                   เอเชียและเอเชียอาคเนย์พร้อมกับอารยธรรมอินเดีย จึงปรากฏว่าพบรูปแบบหม้อน้ำประเภทนี้จาก
                   เมืองโบราณทุกแห่งที่รับวัฒนธรรมอินเดีย นอกจากจะผลิตด้วยเนื้อดินธรรมดาแล้ว ยังนิยมผลิตเป็น

                   เครื่องเคลือบอีกด้วย โดยเฉพาะประเภทเครื่องเคลือบจัดเป็นสินค้าสำคัญที่พ่อค้าชาวจีน ไทย

                   และเวียดนามผลิตออกขายเป็นจำนวนมากในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 - 15 (พุทธศตวรรษที่ 19 - 20)
                   โดยมีพัฒนาการรูปแบบแปลกไปกว่าเดิมโดยเฉพาะพวยกาแทนที่จะเรียวแหลมกลับป่องพองขึ้นมีรูป

                   คล้ายอกสตรี (Mammiform) นอกจากนั้นก็มีรูปหัวสัตว์ เช่นหัวช้าง เป็นต้น ลูกค้าสำคัญที่นิยมหม้อ
                   กุณฑีเคลือบก็คือกลุ่มประเทศในหมู่เกาะ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์
















                          58  บรรจบ เทียมทัด และนิคม มุสิกะคามะ, โบราณคดีเมืองปราจีนบุรี (พระนคร: โรงพิมพ์การศาสนา, 2514. (กรมศิลปากร
                   จัดพิมพ์เนื่องในการจัดนิทรรศการ 14 ตุลาคม - 14 ธันวาคม 2514), 56 รูปที่ 53.
                          59  ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, การขุดค้นและการศึกษาวัฒนธรรมของชุมชนโบราณที่บ้าน
                   คูเมือง อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี, 80, 83.
                          60  การขุดค้นโดยภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ.2524 - 2525 (ยังไม่ได้ตีพิมพ์).


                                                                     ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ผาสุข อินทราวุธ
   83   84   85   86   87   88   89   90   91   92   93