Page 86 - Index Pottery of Dvaravati Period - Professor Emerita Dr.Phasook Indrawooth
P. 86

บทที่ 3 ภาชนะดินเผาสมัยทวารวดี | 71



                          จากหลักฐานการสำรวจขุดค้นทางโบราณคดีปรากฏว่าพบหม้อน้ำกุณฑีประเภทเอิทเทนแวร์

                   (Earthenware) ในบริเวณชุมชนโบราณหลายแห่งด้วยกัน
                          1. ในประเทศจีนหม้อน้ำมีพวยปรากฏมากสมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ.618 - 906 หรือ พ.ศ.1161 -

                   1449) ซึ่งเป็นภาชนะเคลือบ ส่วนมากมีรูปแบบเป็นหม้อคอสั้นปากกว้างหรือไม่มีคอ รูปแบบเหมือน

                   ถ้วยมีพวยและหูจับ ซึ่งจัดเป็นประเภทหม้อที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แม้ว่าหม้อน้ำรูปทรงคล้ายหม้อน้ำ
                   อินเดียจะเคยปรากฏมาแล้วตั้งแต่สมัยราชวงศ์จิ้น (Jin dynasty) (ค.ศ.265 - 420 หรือ พ.ศ.808 -

                                                                          46
                   963) แต่เป็นหม้อน้ำรูปหัวสัตว์เป็นหัวลูกไก่และแม่ไก่ ไม่ใช่พวย   ส่วนหม้อน้ำมีพวยแบบที่ใช้ใน
                   พิธีกรรมปรากฏมากสมัยราชวงศ์ซุ่ง (ค.ศ.960 - 1279 หรือ พ.ศ.1503 - 1822)

                          2. ที่ออกแก้ว ปากแม่น้ำโขง  ประเทศเวียดนามซึ่งเป็นเมืองท่าที่รุ่งเรืองในวัฒนธรรมฟูนัน
                                                  47
                   (พุทธศตวรรษที่ 6 - 11) ได้พบกาน้ำทรงกลมมีพวย ไม่มีหูจับ มีทั้งแบบคอสั้นปากผายออกและคอสูง
                   ปากผาย มีทั้งที่มีผิวเรียบไม่มีการตกแต่งและทั้งที่มีลวดลายตกแต่ง ซึ่งแต่งด้วยลายปะติด ลายขูดขีด

                   ส่วนมากทำเป็นลายฟันปลาอยู่ระหว่างเส้นคู่ขนาน บางครั้งก็มีร่องรอยของการเขียนสีแดงบนพื้นผิว
                   ด้านนอก บริเวณคอ ปาก และไหล่ และปากด้านใน ส่วนลายตกแต่งอื่น ๆ จะประดับบริเวณบ่า

                   ภาชนะ พวยกาที่พบก็มีหลายรูปแบบ ทั้งแบบพวยสั้นและยาวเรียว พวยการูปสัตว์ก็พบด้วย เป็นหัว

                   สัตว์เขาเดียว (Unicorn)
                          3. ที่สมโบรไพรกุก  ราชธานีช่วงต้นของอาณาจักรเจนละ (พุทธศตวรรษที่ 11 - 12)
                                           48
                   เป็นกาน้ำมีพวยตกแต่งผิวนอกด้วยลายเส้นขนานสีแดงสลับขาวบริเวณปากและไหล่ภาชนะ

                                                                    49
                          4. เมืองไบก์ถโน (Beikthano) ในประเทศเมียนมาร์  ได้ขุดพบทั้งหม้อน้ำทรงกลมคอสูงปาก
                   แคบ (Sprinkler vessel) และหม้อน้ำปากผาย (Spouted vessel) จำนวนมากแต่ส่วนใหญ่

                   ไม่สมบูรณ์ ส่วนใหญ่พบแต่ส่วนพวยและส่วนคอภาชนะ
                          5. ในประเทศมาเลเซีย ได้พบหม้อน้ำมีพวยแบบเนื้อดินธรรมดา
                                                                              50
                          6. ในประเทศอินโดนีเซีย หม้อกุณฑีจัดเป็นหม้อน้ำที่ได้รับความนิยมมากในประเทศ

                   อินโดนีเซีย มีทั้งแบบหม้อน้ำมีพวยและไม่มีพวย ซึ่งทั้งสองแบบนี้เรียกว่าหม้อกุณฑี (แบบไม่มีพวยใน
                   ไทยเรียกว่า คนโท) รูปแบบที่เก่าก็ปรากฏให้เห็นในภาพสลักนูนต่ำที่ประดับระเบียงพทธสถานบุโรพุทโธ
                                                                                       ุ






                          46  The Royal Academy and the Great Britain/China Committee, “The Genius of China,” (An Exhibition of
                   Archaeological finds of the People’s Republic of China held in the Royal Academy, London, 29 Sept. 1973 to 23
                   Jan.1974), 123 – 124, figs. 236, 238.
                          47  Malleret, Louis, L'archéologie du delta du Mékong. Tome premier. L'exploration archéologique et
                   les fouilles d'Oc-Èo (Paris: École Française d'Extrême-Orient, 1959), 161 – 164, Pls. XXXV – XXXVII and LXVI.
                          48  Bronson, Bennet, Excavations at Chansen and the cultural chronology of protohistoric central
                   Thailand, 701 – 702.
                          49  Aung Thaw, U., Report on the excavations at Beikthano, 133, figs. 67, pls.XLIII b.
                          50  Asia Magazine, 1982.


                                                                     ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ผาสุข อินทราวุธ
   81   82   83   84   85   86   87   88   89   90   91