Page 85 - Index Pottery of Dvaravati Period - Professor Emerita Dr.Phasook Indrawooth
P. 85

บทที่ 3 ภาชนะดินเผาสมัยทวารวดี | 70



                                                                 ็
                                                                                      ่
                          อย่างไรก็ตามหม้อน้ำมีพวยของอินเดียโบราณกไม่ใช่หม้อน้ำที่มีอายุเก่าแกที่สุด จากหลักฐาน
                   ทางโบราณคดีปรากฏว่าหม้อน้ำมีพวยที่เก่าแก่ที่สุดนั้นพบจากกลุ่มเมืองโบราณแถบเมโสโปเตเมีย
                   ซึ่งมีอายุอยู่ประมาณ 3,200 ปีก่อนคริสตกาล  และพบจากแหล่งโบราณคดีในวัฒนธรรมสำริดของ
                                                         43
                   กรีกโบราณบนเกาะครีต ซึ่งมีอายุราว 2,500 ปี ก่อนคริสตกาล
                                                                      44
                                                                                         ิ
                          จากหลักฐานดังกล่าวนี้ นักโบราณคดีชาวอินเดียเองก็ได้ตั้งของสังเกตไว้ว่า อนเดียอาจจะรับ
                   รูปแบบหม้อน้ำมีพวยมาจากเมโสโปเตเมีย แต่มาดัดแปลงรูปแบบให้เหมาะสมกับความต้องการของ

                   ตนเอง เนื่องจากหม้อน้ำมีพวยของเมโสโปเตเมีย และของกรีกมรูปแบบของพวยที่แตกต่างไปจากของ
                                                                       ี
                   อินเดีย คือมีพวยคล้ายจงอยปากนก ในขณะที่ของอินเดียมีพวยเป็นรูปทรงกระบอกหรือรูปกรวย



                                                      ื
                          หม้อน้ำประเภทหมอปากแคบเหมอนปากขวดที่เรียกวา หม้อพรมน้ำ (Sprinklers) (แบบที่ 2)
                                          ้
                                                                      ่
                   ซึ่งเป็นแบบที่ 2 ของกลุ่มภาชนะมีพวยที่พบในอินเดีย โดยจะมีพวยตั้งในแนวดิ่งติดอยู่ที่บ่า โดยปาก
                   พวยจะติดอยู่ในแนวตั้งขนานกับปากหม้อทรงปากขวด หม้อน้ำมีพวยที่มีคอสูงเป็นทรงคอขวดแบบนี้มี
                   ต้นกำเนิดอยู่ในกลุ่มชนแถบเมดิเตอร์เรเนียน และเข้ามาแพร่หลายในอินเดียโดยพวกโรมันที่เข้ามา

                   ตั้งถิ่นฐานบริเวณชายฝั่งทะเลฝั่งตะวันตกของอินเดียเป็นผู้นำเข้า   โดยใช้เป็นภาชนะใส่เหล้าองุ่น
                                                                          45
                   (Flagon of wine) ดังปรากฏเป็นภาพวาดบนเพดานถ้ำอชันตาที่ 1 ต่อมาชาวอินเดียโดยเฉพาะชาว
                   พุทธได้นำมาใช้เป็นหม้อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ดังได้ขุดพบจากบริเวณถ้ำที่เจาะเข้าไปในภูเขาบริเวณภาค

                   ตะวันตกของอินเดีย คือบริเวณถ้ำปิตัลโคระ (Pital khora) กันเหริ (Kankeri) การ์ลี (Karle) จุนนาร์

                   (Junnar) และพบมากจากแหล่งพุทธศาสนาอื่น ๆ โดยเฉพาะจากบริเวณถ้ำในพุทธศาสนานิกาย
                   มหายาน เช่น ถ้ำอชันตาที่ 26 และยังพบในบริเวณอินเดียเหนืออีกหลายแห่งที่พุทธศาสนาแผ่ไปถึง

                   โดยเฉพาะบริเวณแคว้นเสาราษฎระ และคุชราต เช่นเมืองบาโรคา อัมเรลิ เทวนิโมรี โสมนาถ เป็นต้น
                          หม้อมีพวยปากขวดแบบนี้จะผลิตอย่างประณีตใช้เนื้อดินดี (well-levigated clay) และจะมี

                   ผิวแดงขัดมัน (Polished red face) จึงงดงามและประณีตกว่าหม้อมีพวยแบบปากกว้าง รูปแบบหม้อ

                   น้ำทั้ง 2 แบบนี้คงจะแพร่เข้ามาในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการนำเข้ามาของ
                   ชาวอินเดียทั้งที่เป็นพราหมณ์และพุทธ และคงจะเป็นที่นิยมกันในช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยใช้เป็นทั้ง

                   หม้อน้ำดื่ม (drinking vessel) ซึ่งทำจากเนื้อค่อนข้างหยาบ (medium texture) และใช้เป็นหม้อน้ำ
                   ในพิธีกรรมซึ่งทำจากเนื้อดินที่ดีกว่า (fine texture) และอาจมีลวดลายตกแต่งบริเวณผิวภายนอกด้วย

                   สำหรับประเภทที่ใช้เป็นหม้อน้ำดื่มคงจะนิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น ส่วนในจีนและญี่ปุ่น

                   คงจะใช้ในพิธีกรรมเท่านั้น เนื่องจากหม้อน้ำแบบนี้จัดเป็นหม้อน้ำศักดิ์สิทธิ์เนื่องในพุทธศาสนา
                   มหายานในจีนและญี่ปุ่น





                          43  Gordon Childe, V., New light on the most ancient East (London: Routledge & Paul, 1952), 233.
                          44  Lacy, A.D., Greek pottery in the Bronze Age (London: Methuen, 1967), fig. 12.
                          45  M.N. Deshpende, “Roman Pottery in India,” in Potteries in Ancient India, 279.


                            ดรรชนีภาชนะดินเผาสมัยทวารวดี
   80   81   82   83   84   85   86   87   88   89   90