Page 6 - Index Pottery of Dvaravati Period - Professor Emerita Dr.Phasook Indrawooth
P. 6

บทคัดย่อ




                          การศึกษาภาชนะดินเผาที่ได้จากการขุดค้นเมืองโบราณสมัยทวารวดีหลายแห่งในประเทศ
                   ไทย ได้ผลสรุปว่าภาชนะดินเผาสมัยทวารวดีเป็นภาชนะประเภทเนื้อดินธรรมดา (earthenware)

                   ขึ้นรูปด้วยแป้นหมุนและเผาด้วยเตากลางแจ้ง ซึ่งไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ การวิเคราะห์เนื้อ
                   ภาชนะดินเผาสมัยทวารวดีทำให้ทราบว่าเนื้อดินที่ใช้ผลิตภาชนะนั้น เป็นดินที่หาได้ในแต่ละท้องถิ่นที่

                   เมืองโบราณสมัยทวารวดีตั้งอยู่นั้นเอง ส่วนการศึกษารูปแบบภาชนะนั้นปรากฏว่ามีหลายประเภทที่

                   สืบต่อรูปแบบภาชนะแบบโบราณที่เคยปรากฏมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เป็นต้นว่า จานมีเชิง
                   หม้อมีสัน อย่างไรก็ตามมีภาชนะหลายประเภทที่เลียนแบบมาจากรูปแบบภาชนะที่เคยแพร่หลายใน

                   อินเดียภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ ตั้งแต่ช่วงต้นคริสตกาลจนถึงสมัยคุปตะ
                   (พุทธศตวรรษที่ 9 - 11) และสมัยหลังคุปตะ (พุทธศตวรรษที่ 12 - 13) รูปแบบที่เด่นชัดคือตะคันที่ใช้

                   ใส่น้ำมันตามไฟต่างตะเกียง ตะเกียง (ถ้วยมีพวย) และหม้อมีพวย (หมอกุญฑ)
                                                                                 ี
                          ในด้านเทคนิคการตกแต่งภาชนะดินเผาสมัยทวารวดีก็เช่นกัน นอกจากจะสืบต่อมาจาก
                   เทคนิคพื้นเมืองเดิม เช่น การตกแต่งด้วยลายทาบเป็นลายเชือกและเครื่องจักสาน และการตกแต่ง

                   ด้วยลายกดด้วยรอยนิ้วมือแล้ว ช่างปั้นหม้อสมัยทวารวดียังได้นำเทคนิค และลวดลายตกแต่งภาชนะ

                   ของช่างอินเดียในสมัยคุปตะและหลังคุปตะมาใช้ตกแต่งภาชนะแบบพิเศษบางแบบอีกด้วย ที่เด่นชัด
                   คือเทคนิคการตกแต่งภาชนะด้วยลายประทับในกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้าเป็นรูปบุคคลในอิริยาบทต่าง ๆ

                   รูปสัตว์ต่างๆ และรูปดอกไม้ การลอกเลียนรูปแบบภาชนะและเทคนิคการตกแต่งภาชนะของอินเดีย

                   หลายแบบมาใช้กันอย่างแพร่หลายในเมืองโบราณสมัยทวารวดีนี้ ย่อมเป็นหลักฐานที่ยืนยันได้อย่าง
                   เด่นชัดว่า ชุมชนทวารวดีมีความสัมพันธ์กับชาวอินเดียสมัยคุปตะและหลังคุปตะ (พุทธศตวรรษที่ 9 -

                   13) อย่างแน่นแฟ้นและคงจะไม่ใช่ความสัมพันธ์ด้านการค้าเพียงอย่างเดียว หากจะต้องมีชาวอินเดีย
                   ซึ่งคงเป็นพวกพ่อค้าและนักบวชต่าง ๆ เดินทางมาตั้งหลักแหล่งและนำวัฒนธรรมของตนมาเผยแพร่

                   ด้วย

                          นอกจากการติดต่อกับชาวอินเดียโดยตรงแล้ว ประชาชนชาวทวารวดีอาจจะมีการติดต่อโดย
                   ทางตรงหรือทางอ้อมกับเมืองโบราณร่วมสมัยเมืองอื่น ๆ ที่รุ่งเรืองขึ้นในช่วงเดียวกันในบริเวณเอเชีย

                   ตะวันออกเฉียงใต้ด้วย เป็นต้นว่า เมืองไบถโนในเมียนมาร์ ออกแก้วในเวียดนาม สมโบร์ในกัมพูชา
                   และเมืองโบราณอื่น ๆ ในคาบสมุทรมาลายู และในหมู่เกาะอินโดนีเซีย เนื่องจากในเมืองโบราณ

                   ดังกล่าวก็ได้พบภาชนะรูปแบบเดียวกันกับที่ได้พบในเมืองโบราณสมัยทวารวดีหลายแบบ เช่น หม้อมี

                   พวย ตะคัน เป็นต้น
   1   2   3   4   5   6   7   8   9   10   11